วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

                             บันทึกการเรียน ครั้งที่ 7
                  ประจำวันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558

ความรู้ที่ได้รับ
ได้รู้จักขั้นตอนวิธีการสอนที่ให้เด็กได้ลงมือทำและได้คิดวิเคราะห์เอง
*การสอนแบบขั้นตอน คือ การสอนแบบสาธิต* 

                                       เพลง นับนิ้วมือ


        นี้คือนิ้วมือของฉัน                   มือฉันนั้นมีสิบนิ้ว
        มือซ้ายฉันมีห้านิ้ว                   มือขวาก็มีห้านิ้ว
        นับ หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า         นับต่อมา หก เจ็ด แปด เก้า สิบ
        นับนิ้วนั้นจงอย่ารีบ                  นับหนึ่งถึงสิบจำให้ขึ้นใจ

รูปแบบการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย
รูปแบบการจัดประสบการณ์แบบบูรณาการ
รูปแบบการจัดประสบการณ์แบบโครงการ
รูปแบบการจัดประสบการณ์แบบสมองเป็นฐาน
รูปแบบการจัดประสบการณ์แบบSTEM
รูปแบบการจัดประสบการณ์แบบมอนเตสซอรี่
รูปแบบการจัดประสบการณ์แบบเดินเรื่อง

วันนี้พูดถึงการจัดประสบการณ์แบบบูรณาการ การบูรณาการ คือ การผสมผสานศาสตร์ต่างๆเข้าด้วยกัน
ส่วนการจัดประสบการณ์แบบบูรณาการ คือ กระบวนการจัดประสบการณ์ตามความสนใจ ความสามารถ โดยเชื่อมโยงเนื้อหาสาระศาสตร์ต่างๆที่เกี่ยวข้องเพื่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม

ความสำคัญ
1. ใช้ในชีวิตจริง ในชีวิตประจำวันสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นจะเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันกับศาสตร์ต่างๆผสมผสานกัน
2. ทำให้เกิดความสัมพันธ์ความคิดรวบยอดของศาสตร์ต่างๆเข้าด้วยกันทำให้เกิดการถ่ายโอนประสบการณ์
3. ลดความซ้ำซ้อนของเนื้อหารายวิชาต่างๆ
4. ตอบสนองความสามารถในหลายๆด้าน
5. สอดคล้องกับทฤษฎีการสร้างความรู้โดยผู้เรียน

**ถ้าเด็กไม่ชอบคณิตศาสตร์จะมีผลกระทบอย่างไรบ้าง **
  จะทำให้ตัวเด็กดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างลำบากเพราะคณิตศาสตร์เป็นสิ่งที่ใช้ในชีวิตจริงและใช้ในชีวิตประจำวันทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเราต่างเป็นคณิตศาสตร์ทั้งนั้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าไม่มีอะไรที่ไม่เป็นคณิตศาสตร์

ทักษะ
อาจารย์ให้นักศึกษานำป้ายชื่อมาติดตรงตารางเวลามาเรียนตามที่กำหนดให้พร้อมวาดรูปนาฬิกาและเขียนเวลากำกับด้วยและระดมความคิดเกี่ยวกับสาระที่ควรรู้ สิ่งรอบตัวเด็กทำเป็นมายแม็ปปิ่ง



วิธีการสอน
สอนโดยให้นักศึกษาลงมือปฏิบัติทำจริง บรรยายมีการใช้คำถามให้ได้คิดวิเคราะห์ ระดมสมองออกความคิดเห็น มี Power point ประกอบการบรรยาย

ประเมินห้องเรียน
ห้องเรียนสะอาด กว้าง โต๊ะไม่ชำรุด มีโต๊ะเพียงพอต่อจำนวนผู้เรียน อากาศเย็น

ประเมินตนเอง
มาเรียนตรงเวลามีน้ำใจช่วยอาจารย์ถือของตั้งใจเรียนและฟังขณะที่อาจารย์กำลังสอน

ประเมินเพื่อน
เพื่อนมาเรียนตรงเวลาแต่งกายถูกระเบียบตั้งใจฟังเวลาที่อาจารย์กำลังสอน

ประเมินอาจารย์
อาจารย์มาสอนตรงเวลาแต่กายได้เหมาะสมสอนโดยอธิบายเนื้อหาอย่างละเอียดมีการยกตัวอย่างประกอบที่เข้าใจง่ายและปล่อยตรงเวลา

วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

                            บันทึกการเรียนครั้งที่ 6
                ประจำวัน ศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558


ความรู้ที่ได้รับ

ได้รู้เทคนิคการจัดประสบการณ์คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย โดยมีเทคนิคคือ นิทาน เพลง เกม  คำคล้องจอง ปริศนาคำทายและบทบาทสมมุติ 
   เทคนิคคำคล้องจองต้องสามารถแต่งเองได้และร้องเป็นเพลงได้ เช่น แต่งคำคล้องจองเกี่ยวกับเลข 2
ไข่ 2 ฟอง กอง 2 ใบ ไก่ 2 ตัว วัว 2 เขา เกาเหลา 2 ชาม นับไปนับมา 2 อย่างหมดเลย

สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ของคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยมีทั้งหมด 6 สาระ
สาระที่ 1 จำนวนและการดำเนินการ
สาระที่ 2 การวัด
สาระที่ 3 เรขาคณิต
สาระที่ 4 พีชคณิต
สาระที่ 5 การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น
สาระที่ 6 ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์
คุณธรรมที่สอดแทรก คือ ความซื่อสัตย์และความสามัคคี

ทักษะ
ให้นักศึกษาหัดแต่งเพลงและคำคล้องจองเอง โดยมีอาจารย์คอยให้คำปรึกษา ให้ตัดกระดาษเป็นรูปสี่เหลี่ยม 10 อัน แล้วให้เอากระดาษมาต่อกันว่าสามารถนำกระดาษมาต่อกันได้กี่รูปทรงโดยแต่ละรูปทรงห้ามซ้ำกัน

ตัดกระดาษเป็นรูปสี่เหลี่ยม 10 อัน 




วิธีสอน
บรรยายมีการใช้คำถามก่อนเข้าสู่บทเรียน มี Power point ประกอบในการบรรยาย แล้วอาจารย์ให้นักศึกษาระดมความคิดในการแต่งคำคล้องจอง พร้อมแบ่งกลุ่มการทำกิจกรรม

        สถานที่ที่นักศึกษากลุ่ม 102 อยากไปมากที่สุดในวันหยุด



สรุปผล
คือ สวนรถไฟ 3 คน
เกาะ 10 คน
น้ำตก 3 คน

ประเมินห้องเรียน
ห้องเรียนสะอาดกว้างมีพื้นที่ในการทำกิจกรรมที่เหมาะสม มีโต๊ะเพียงพอกับจำนวนผู้เรียน บรรยากาศเย็นดีไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป

ประเมินตนเอง
มาเรียนตรงเวลาตั้งใจเรียนและฟังที่อาจารย์สอน ตอบคำถามทุกครั้งให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม

ประเมินเพื่อน
เพื่อนตั้งใจเรียนให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมดีมาก ไม่พูดคุยกันเสียงดัง

ประเมินอาจารย์
อาจารย์มาสอนตรงเวลามีกิจกรรมที่ใช้ในการสอนที่สนุกเนื้อหาที่ละเอียดอาจารย์ปล่อยตรงเวลา

วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

                           บันทึกการเรียนครั้งที่ 5
                 ประจำวันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558

ความรู้ที่ได้รับ
   อาจารย์อธิบายประกอบ Power point เรื่องสาระและมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
โดยสาระทั้งหมดจะแบ่งออกเป็น 6 สาระ
1. จำนวนและการดำเนินการ
2. การวัด
3. เรขาคณิต
5. การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น
6. ทักษะและกระบวนการ
และเมื่อเด็กจบปฐมวัยเด็กจะมีความคิดเชิงคณิตศาสตร์เช่นจำนวนนับ 1-20 เข้าใจหลักการนับ มีความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับความยาว น้ำหนัก ปริมาณ เงินและเวลา รู้จักใช้คำในการบอกตำแหน่งและทิศทาง เป็นต้น

ทักษะ
   อาจารย์ให้นักศึกษาออกมานำเสนอบทความตามที่ได้รับมอบหมาย เรื่องคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย และให้นักศึกษานำป้ายชื่อที่ทำมาติดบนกระดานในช่องที่มาเรียนโดยจะแยกช่องออกเป็น 3 ช่อง ช่องแรก สมาชิกทั้งหมด ช่อง 2 คนที่มาโรงเรียน ช่องที่ 3 คนที่ไม่มาโรงเรียน

วิธีสอน
   บรรยายโดยมี Power point ประกอบการบรรยาย มีการถามและตอบคำถามก่อนเข้าสู่บทเรียนพร้อมมีการแลกเปลี่ยนความคิดระหว่างนักศึกษากับอาจารย์ขณะเรียน

ประเมินสภาพห้องเรียน
ห้องเรียนสะอาดบรรยากาศดีเหมาะกับการเรียน จำนวนโต๊ะ เก้าอี้เพียงพอกับนักศึกษา

ประเมินตนเอง
มีความพร้อมก่อนเข้าเรียนดี และตั้งใจเรียนตอบคำถามทุกครั้งไม่พูดคุยขณะเรียน

ประเมินเพื่อน
เพื่อนทุกคนตั้งใจเรียน ตั้งใจตอบคำถามและสนใจในการเรียน

ประเมินอาจารย์
อาจารย์มาสอนตรงเวลา มีการเตรียมความพร้อมก่อนมาสอน มีเนื้อหาการสอนที่ละเอียดและเข้าใจง่ายมีการยกตัวอย่างประกอบการสอนที่น่าสนใจและเข้าใจหลักการได้ดี

วันเสาร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2558

                                                             บันทึกการเรียนครั้งที่ 4
                                  ประจำวันพุธ ที่ 28 มกราคม 2558


ความรู้ที่ได้รับ

รู้จักการบูรณาการเอาสิ่งที่ดำเนินในชีวิตประจำวันมาสอนในวิชาคณิตศาสตร์ เช่่น การใช้เกณฑ์เวลา มาก่อนหน้าหลังในการแบ่งกลุ่ม
1. ทฤษฏีเพียเจย์กับความรู้ทางคณิตศาสตร์
2. จุดมุ่งหมายของการสอนคณิตศาสตร์ในระดับปฐมวัย
3. ขอบข่ายของหลักสูตร
4. หลักการสอนคณิตศาสตร์
                     *กิจกรรมหลัก 6 กิจกรรม *
1. กิจกรรมการแจ้ง
2. กิจกรรมสร้างสรรค์
3. กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ
4. เกมการศึกษา
5. กิจกรรมเสรี / เล่นตามมุม
6. กิจกรรมเสริมประสบการณ์
ทฤษฏีพัฒนาการด้านสติปัญญาของเด็กปฐมวัยตามแนวคิดของบรูเนอร์
- ขั้นการเรียนรู้จากการกระทำ เรียนรู้จากการสัมผัสของจริง จับต้องได้
- ขั้นการเรียนรู้จากความคิด เรียนรู้จากมโนภาพและเรียนรู้จากภาพแทนของจริง
- ขั้นการเรียนรู้จากสัญลักษณ์และนามปธรรม
*เด็กใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ในการเก็บข้อมูล *
คุณลักษะตามวัยของเด็กปฐมวัยหรือพัฒนาการตามธรรมชาติ
คุณลักษณะตามวัย คือ พฤติกรรมที่แสดงออก
คุณลักษณะตามวัย ดูได้ตามหนังสือหลักสูตร

คณิตศาสตร์ตามหลักเพียเจต์
ความรู้ทางกายภาพ คือ ความรู้ที่สามารถจับต้องได้รับรู้ได้
ความรู้ด้านเหตุผลคณิตศาสตร์ เป็นความรู้ที่เกิดขึ้นภายในที่เกิดจากการเชื่อมโยงเข้ากับทฤษฏีโดยการลงมือกระทำที่เป็นผลสะท้อนนั้นเอง

 จุดมุ่งหมายของการสอนคณิตศาสตร์
- เพื่อให้เด็กรู้จักคำศัพท์  เช่น มาก่อน มาหลัง จำนวน เวลา เป็นต้น
- รู้จักและใช้กระบวนการหาคำตอบ
- ฝึกฝนคณิตศาสตร์พื้นฐาน

ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์
1. การสังเกต การเก็บรวบรวมโดยใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5
2. การจำแนกประเภท เปงการแบ่งประเภทโดยใช้เกณฑ์
3. การเปรียบเทียบ ต้องอาศัยความสัมพันธ์ของสิ่งของ
4. การจัดลำดับ การจัดลำดับต้องมีการเปรียบเทียบก่อน
5. การวัด การหาค่าและปริมาณโดยใช้เครื่องมือ
6. การนับ
7. รูปทรงและขนาด

หลักการสอนคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
- สอนให้สอดคล้องกับชีวิตประจำวัน การเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเด็กมองเห็นความจำเป็น
- เปิดโอกาสให้เด็กค้นพบด้วยตนเอง
- เอาใจใส่ในเรื่องการเรียนรู้

ทักษะ
อาจารย์ให้ทำแบบฝึกหัดก่อนเข้าสู่บทเรียน ให้เขียนป้ายชื่อแล้วนำไปติดหน้าบอร์ดตามเวลาที่ตัวเองมาเรียนสรุปจากการดูวิดีโอและออกมานำเสนอหน้าห้อง

วิธีการสอน
บรรยายประกอบ Powerpoint พร้อมมีคำถามขณะบรรยาย มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างอาจารย์และนักศึกษา

ประเมินสภาพห้องเรียน
ห้องเรียนสะอาดและกว้างบรรยากาศดีมีการจัดโต๊ะเป็นรูปตัวยูทำให้พื้นที่ในการทำกิจกรรมกว้างขวาง

ประเมินตนเอง
มาเรียนตรงเวลามีการจดบันทึกขณะที่กำลังเรียนตั้งใจฟังและตอบคำถาม

ประเมินเพื่อน
เพื่อนมาเรียนช้า นั่งไม่สุภาพ พูดคุยขณะที่อาจารย์กำลังสอน

ประเมินอาจารย์
อาจารย์มาสอนตรงเวลา แต่งกายมาสอนได้เหมาะสม ให้นักศึกษาได้แลกเปลี่ยนความคิดกันทำให้บรรยายกาศเกิดความสนุกสนานในการเรียนมีการพูดคุยกันโดยใช้เหตุผล


วันอังคารที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2558

                                            สรุป งานวิจัย


ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการสาน
วิจัย ของ วันดี  มั่นจงดี  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

    การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์ เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบระดับทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการสานก่อนและหลังการจัดกิจกรรมการสาน  กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย เป็นนักเรียน ชาย หญิง จำนวน 30 คน อายุ 4-5 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 1 โรงเรียนวัดนิมมานรดี เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แผนการจัดกิจกรรมกาารสาน และแบบทักษะพื้นฐานทางคณิคศาสตร์
    ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสาสตร์ คือ ความรู้เบื้องต้นที่เด็กควรจะได้รับรู้และมีประสบการณ์และได้รับการฝึกฝนในเรื่องการสังเกต การจำแนกเปรียบเทียบ การบอกตำแหน่ง การเรียงลำดับ การนับ และการชั่ง ตวง วัด ซึ่งทักษะเหล่านี้เป็นทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ที่จะเป็นพื้นฐานช่วยเตรียมเด็กให้มีความพร้อมที่จะเรียนรู้คณิตศาสตร์
องค์ประกอบพื้นฐานทางคณิตศาสตร์
1. การนับ
2. ตัวเลข
3. การจับคู่
4. การจัดประเภท
5. การจัดลำดับ
6. รูปทรงและเนื้อที่
7. การวัด
8. เขต
9. เศษส่วน
10. การทำตามแบบหรือลวดลาย
11. การอนุรักษ์หรือการคงที่ด้านปริมาณ

ผลการวิจัย
 ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยหลังการจัดกิจกรรมการสานมีการเปลี่ยนแปลงทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยจากระดับปานกลางเป็นระดับดี
                                 สรุป จากการดูวิดีโอ


รายการทอล์ค อะเบาว์ คิดส์ ตอนการสอนคณิตศาสตร์กับเด็กๆ อนุบาล 2-3

   การสอนคณิตศาสตร์ของอนุบาล 2-3 การสอนนั้นยังเน้นความสนุกเป็นตัวนำ ตัวเลขที่ใช้สอนนั้นยังเป็นเลข 1-10 อยู่แต่จะเพิ่มจากการสอนแต่เลขเอโรบิก มาเป็นเลขไทย และตัวหนังสือเพิ่มเข้ามา  มีวิธีการสอนที่หลากหลายวิธีเพื่อที่ไม่ให้การเรียนคณิตศาสตร์นั้นน่าเบื่อ หาสื่อที่ดึงดูดตัวเด็กมาใช้ในการสอน จะทำให้เด็กเกิดความสนใจ โดยเฉพาะถ้าเด็กเกิดความสนใจแล้วได้สัมผัสในสิ่งที่ตนเองสนใจจะทำให้เด็กมีความจำที่ดี 
   ตัวอย่างการเรียนเรื่องเลข  เราเรียนเรื่องเลข 3 เราก็หาสื่อที่เกี่ยวกับเลข 3 มาให้เด็กดูมาให้สัมผัสว่าเลข 3 มีลักษณะอย่างไร มีจำนวนเท่าไร นอกจากนั้นยังมีการนำเอาคณิตศาสตร์มาบูรณาการให้เข้ากับการสอนศิลปะอีกด้วย เช่น การปั้นดินน้ำมันให้เป็นรูปตัวเลข นอกจากจะทำให้เด็กมีความรู้ มีพัฒนาการทางด้านอารมณ์และสติปัญญายังช่วยให้เด็กมีพัฒนาการทางด้านกล้ามเนื้อมัดเล็กอีกด้วย

วันเสาร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2558

                           บันทึกการเรียนครั้งที่ 3
                   ประจำวันศุกร์ ที่ 23 มกราคม 2558

ความรู้ที่ได้รับ

ความหมายและประโยชน์ของพัฒนาการ
พัฒนาการ คือ การเปลี่ยนแปลงไปตามขั้นตอนอย่างต่อเนื่อง
ประโยชน์ 
- ทำให้ครูรู้จักเด็กในความดูแลมากขึ้น
- ตระหนักในความแตกต่างระหว่างบุคคลของเด็ก
- จัดประสบการณ์ให้สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็ก
*ขั้นตอนการพัฒนาการเปลี่ยนแปลงของเด็กเปรียบเทียบได้กับขั้นบันได*

พัฒนาการทางสติปัญญากับการทำงานของสมอง
สติปัญญา
1. ภาษา
2. การคิด
- การคิดเชิงเหตุผล เช่น คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์
- การคิดสร้างสรรค์
พัฒนาการทางสติปัญญา คือ การเปลี่ยนแปลงไปตามขั้นตอนอย่างต่อเนื่องทางด้านภาษาและการคิด
สมอง>เก็บข้อมูล >ประมวลผล> สั่งการ

พัฒนาการด้านสติปัญญาตามแนวคิด ของเพียเจต์ บรูเนอร์ และไวกอตซกี้



ความหมายและประโยชน์ของการเรียนรู้
การเรียนรู้ หมายถึง การรับรู้เข้ามาแล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
*การรับรู้ คือ การรับรู้เข้ามาแล้วยังไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม*
ประโยชน์ของการเรียนรู้
- เพื่อการอยู่รอด
- จะได้จัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับวิธีการเรียนรู้

ทักษะ
ให้ตอบคำถามก่อนเรียน พร้อมระดมความคิด แสดงความคิดเห็น แล้วตอบคำถาม

วิธีสอน
ใช้ Power Point ประกอบในการบรรยาย มีคำถามให้ตอบก่อนเข้าสู่บทเรียน ขณะการบรรยายการสอนมีการถามเพื่อให้นักศึกษาตอบและแสดงความคิดเห็น

ประเมินสภาพห้องเรียน
ห้องเรียนบรรยากาศเย็นสบายแต่เครื่องโปรเจกเตอร์มีปัญหานิดหน่อย

ประเมินตนเอง
ตั้งใจเรียนฟังและตอบคำถามอาจารย์แทบทุกครั้ง มีการจดบันทึกขณะเรียน

ประเมินเพื่อน
มีเพื่อนบางกลุ่มไม่ค่อยตั้งใจฟังที่อาจารย์สอนเอาวิชาอื่นมาทำในวิชาที่อาจารย์กำลังสอนแต่เพื่อนส่วนใหญ่ก็ตั้งใจเรียนและช่วยกันตอบคำถามอาจารย์

ประเมินอาจารย์
อาจารย์มาสอนตรงเวลาเนื้อหาที่สอนอธิบายได้อย่างครอบคลุม ฝึกให้นักศึกษากล้าแสดงออกและคิดตามเป็น